Month: December 2021

กาแฟที่ผ่านการรับรองจาก Rainforest Alliance

เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟส่วนใหญ่ได้สนใจในศึกษาเรื่องการปลูกกาแฟแบบยั่งยืนและใช้เวลาไม่นานในการประสบความสำเร็จการฟื้นฟูระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพในไร่กาแฟ Rainforest Alliance Certified และยังทำให้มีผลผลิตมากขึ้น โดยมีผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพียงเล็กน้อยและเป็นมิตรกับสัตว์ป่า
กาแฟที่ผ่านการรับรองจาก Rainforest Alliance
โปรแกรมการรับรองของ Rainforest Alliance

เกษตรกรรายย่อยที่เป็นเจ้าของไร่กาแฟ 12.5 ล้านแห่งทั่วโลก มาจากฟาร์มเล็กๆ เช่น กาแฟของพวกเขาซึ่งทำงานร่วมกับ Rainforest Alliance ดังนั้นจะมีผู้ผลิตกาแฟที่ผ่านการรับรองมากกว่า 400,000 รายในละตินอเมริกา แอฟริกาตะวันออก และเอเชีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1 ล้านเฮกตาร์ แต่ผู้ปลูกกาแฟต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย รวมถึงอุณหภูมิที่สูงขึ้น โรคพืช สภาพภูมิอากาศแปรปรวน และราคาที่ไม่เสถียร Rainforest Alliance ทำงานเพื่อวางตำแหน่งเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟให้ดีขึ้นโดยเชื่อมโยงพวกเขากับตลาดที่รับผิดชอบ มีการจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการปลูกกาแฟที่เป็นมิตรต่อสภาพอากาศและช่วยเพิ่มผลผลิตและรายได้ โปรแกรมการรับรองของ Rainforest Alliance ยังส่งเสริมนวัตกรรมเช่นการเก็บบันทึกข้อมูลแบบดิจิทัล ข้อกำหนดสำหรับผู้ซื้อกาแฟในการลงทุนในการผลิตที่ยั่งยืน และรูปแบบการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องที่จูงใจให้เกษตรกรก้าวไปข้างหน้าบนเส้นทางแห่งความยั่งยืนและเนื่องจากความเป็นอยู่ที่ดีของเกษตรกรและคนงานมีความสำคัญต่อความยั่งยืนของธุรกิจการเกษตร โครงการรับรอง Rainforest Alliance ยังส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของผู้ที่ทำงานในภาคกาแฟอีกด้วย ต่อไปนี้คือแนวทางบางส่วนที่เราดำเนินการเพื่อทำให้ภาคส่วนกาแฟมีความยั่งยืนมากขึ้น

สิทธิมนุษยชน
ในขณะที่มีความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญในด้านสิทธิมนุษยชนในภาคเกษตรกรรม แต่ตัวอย่างการใช้แรงงานเด็ก การบังคับใช้แรงงาน การเลือกปฏิบัติ และการล่วงละเมิดในที่ทำงานยังคงพบได้ในการผลิตอาหารหลายชนิด รวมทั้งกาแฟ การสั่งห้ามโดยทันทีมักจะพิสูจน์ว่าไม่ได้ผล ทำให้เกิดการละเมิดโดยไม่ได้ตั้งใจและทำให้ผู้ตรวจสอบหาพบได้ยากขึ้น นี่เป็นเพียงเหตุผลหนึ่งที่โปรแกรมการรับรองของ Rainforest Alliance ได้นำแนวทางการประเมินและที่อยู่ตามความเสี่ยงมาใช้ ซึ่งส่งเสริมสิทธิมนุษยชนผ่านการป้องกัน การตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
โปรแกรมการรับรองของ Rainforest Alliance
ในเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็ก โปรแกรมการรับรองของเรากำหนดให้ฟาร์มต้องจัดตั้งคณะกรรมการภายในที่มุ่งเน้นการป้องกัน เมื่อพบคดีแล้ว ฟาร์มหรือบริษัทต้องสนับสนุนครอบครัวในการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะโดยการหาสูติบัตรเพื่อลงทะเบียนเรียนหรือปรับปรุงรายได้ครัวเรือนหรือมาตรการอื่นๆ

โปรแกรมการรับรองของเราให้เครื่องมือในฟาร์มและบริษัทในลักษณะเดียวกันเพื่อทำความเข้าใจและจัดการกับช่องว่างในความเท่าเทียมทางเพศในการดำเนินงาน เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง บริษัทและฟาร์มสามารถเลือกตัวชี้วัดความก้าวหน้าของตนเองได้ ตัวอย่างเช่น ผู้ส่งออกกาแฟในอูกันดา Kyagalanyi Coffee ได้ดำเนินโครงการเกี่ยวกับเพศสภาพที่เข้มแข็งแล้ว ซึ่งสนับสนุนสามีและภรรยาให้ร่วมมือกันในแผนงานครัวเรือน ดังนั้น เพื่อวัดการปรับปรุงทางเพศ พวกเขาสังเกตจำนวนครอบครัวที่ให้ภรรยาพูดอย่างเท่าเทียมกันในการหารายได้และการใช้จ่าย
การเพาะปลูกกาแฟมีความเสี่ยงเป็นพิเศษต่อผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อุณหภูมิที่สูงขึ้นมีส่วนทำให้เกิดการงอกของเชื้อราที่เรียกว่าสนิมกาแฟ ซึ่งได้กวาดล้างฟาร์มทั้งหมดในละตินอเมริกา และกำจัดศัตรูพืชทำลายเมล็ดกาแฟด้วย และเนื่องจากกาแฟสามารถปลูกได้ในช่วงอุณหภูมิที่กำหนดเท่านั้น ภาวะโลกร้อนจึงทำให้เกษตรกรบางรายต้องย้ายไปยังที่สูง หรือออกจากธุรกิจโดยสิ้นเชิง
โปรแกรมการรับรองของเราส่งเสริมวิธีการเติบโตอย่างชาญฉลาด Rainforest Alliance จัดให้มีการประเมินความเปราะบางของสภาพอากาศในท้องถิ่นก่อนที่จะสร้างแผนปฏิบัติการที่ปรับให้เหมาะสม (นั่นคือส่วนที่ "ฉลาด"—ไม่ใช่แนวทางเดียวที่เหมาะกับทุกคน) สำหรับชาวไร่กาแฟ การสร้างความยืดหยุ่นอาจหมายถึงการปลูกต้นไม้ให้ร่มเงาพื้นเมือง ซึ่งปกป้องพืชผลจากแสงแดดที่มากเกินไป ลมแรง และฝนที่ตกหนัก การใช้สารกำจัดศัตรูพืชและปุ๋ยในปริมาณที่เหมาะสม—และในช่วงเวลาที่เหมาะสมของปี—ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เนื่องจากการใช้มากเกินไปจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นและฆ่าแมลงที่เป็นประโยชน์ได้ เกษตรกรสามารถปลูกพืชคลุมดินระหว่างแถวกาแฟ ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการดูดซึมของดินและการกักเก็บความชื้น ทำให้รากของต้นกาแฟสามารถเข้าถึงน้ำจากส่วนลึกในดินในฤดูแล้งได้

อุณหภูมิที่สูงขึ้นและฝนที่ไม่แน่นอนได้กลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่สำหรับ Loyola Estate/Joseph Coffee Curing Works ในรัฐทมิฬนาฑู ประเทศอินเดีย แต่ในช่วงเจ็ดปีที่ผ่านมา ที่ดินที่ผ่านการรับรองได้นำเทคนิคต่างๆ เช่น การคลุมดินและการชลประทานเพื่อการป้องกันเพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ ที่น่าประทับใจยิ่งกว่านั้น ที่ดินที่ดำเนินกิจการโดยครอบครัวแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่มากกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่ที่กำลังเติบโตด้วยพันธุ์ไม้พื้นเมือง เช่น ต้นซีดาร์สีชมพู ขนุน และพลัมมาลาบาร์

Evelyn Nyawira เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟที่ผ่านการรับรองใน Mutira ประเทศเคนยา อธิบายว่าในการฝึกอบรม Rainforest Alliance เธอและเพื่อนบ้านของเธอ “เรียนรู้ที่จะเตรียมที่ดินของเราเพื่อป้องกันการพังทลายของน้ำ เราได้เรียนรู้วิธีปลูกต้นไม้ให้ร่มเงา และวิธีปกป้องกาแฟไม่ให้แห้งเมื่ออากาศร้อนจัดเนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง” เธอเสริมว่าการใช้วิธีการที่ยั่งยืนมากขึ้นส่งผลให้คุณภาพกาแฟดีขึ้นและดำรงชีวิตได้ดีขึ้น

โปรแกรมที่ชาญฉลาดต่อสภาพภูมิอากาศยังเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาความเป็นอยู่ของเกษตรกรอีกด้วย
โปรแกรมที่ชาญฉลาดต่อสภาพภูมิอากาศยังเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาความเป็นอยู่ของเกษตรกร
ราคากาแฟต่างประเทศมีความผันผวนอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้การดำรงชีวิตของผู้ผลิตตึงเครียดอย่างรุนแรง สำหรับปี 2020 ส่วนใหญ่ราคากาแฟร่วงลง 30% ต่ำกว่าระดับราคาเฉลี่ยของช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรไม่สามารถจ่ายได้แม้กระทั่งต้นทุนการผลิต และในขณะที่ราคาปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่นั้นมา แต่ก็ไม่เสถียรเพียงพอสำหรับเกษตรกรที่จะลงทุนระยะยาวในธุรกิจของพวกเขา
การรับรองมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟเพิ่มผลผลิตและความสามารถในการทำกำไรโดยใช้วิธีการที่ยั่งยืนมากขึ้นและการจัดการฟาร์มที่ดีขึ้น การให้ปุ๋ยที่แม่นยำยิ่งขึ้นโดยใช้วิธีการต่างๆ เช่น การสุ่มตัวอย่างดิน สามารถลดการปล่อยไนโตรเจน และปรับปรุงสุขภาพของดิน ในขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มผลผลิตและรายได้ แหล่งรายได้ที่หลากหลายสามารถช่วยได้เช่นกัน งานวิจัยสามชิ้น1 ที่ตีพิมพ์ในช่วงห้าปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่ารายได้จากการผลิตกาแฟในฟาร์มขนาดเล็กในแอฟริกาตะวันออกที่ผ่านการรับรองนั้นสูงกว่าค่าเฉลี่ย 179% เมื่อเทียบกับฟาร์มที่ไม่ผ่านการรับรอง

แต่การเริ่มดำเนินการบนเส้นทางที่ยั่งยืนอาจมีค่าใช้จ่ายสูงสำหรับเกษตรกร ซึ่งเป็นเหตุผลที่โปรแกรมการรับรองของเราดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อกระจายภาระทางการเงินตลอดห่วงโซ่อุปทาน โปรแกรมนี้กำหนดให้บริษัทต่างๆ ต้องลงทุนเพื่อความยั่งยืน (SI) เงินสดหรือการลงทุนในรูปแบบต่างๆ ให้กับฟาร์มที่ผ่านการรับรองซึ่งสนับสนุนการดำเนินการตามวิธีการที่ยั่งยืนมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทต่างๆ จะต้องจ่าย Sustainability Differential (SD) ซึ่งเป็นเงินสดให้กับเกษตรกรที่ผ่านการรับรองมากกว่าราคาตลาดสำหรับพืชผลของตน โปรแกรมการรับรองของเรายังรวมถึงมาตรการเพื่อช่วยให้คนงานในฟาร์มมีมาตรฐานการครองชีพที่ดีขึ้น

แหล่งที่มาข้อมูล

Rainforest-Alliance.org

Chainpoint.com

iSealalliance.com

ทำไมผู้บริโภคเปลี่ยนไปใช้ถ้วยกาแฟ Re-Used

ปัจจุบันผู้คนมักจะใช้ถ้วยกาแฟที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ หากพวกเขาเห็นคนอื่นใช้กัน หรือหากเจ้าของร้านกาแฟคิดเงินเพิ่มสำหรับถ้วยกาแฟแบบใช้แล้วทิ้ง
จากการสอบถามพบว่าผู้คนมักจะทิ้งถ้วยที่ย่อยสลายได้อย่างเหมาะสม หากมีการจัดการหรือระบุถังขยะเพื่อรีไซเคิลโดยเฉพาะ อีกทางหนึ่งคือหน่วยงานเทศบาลสามารถจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกที่อนุญาตให้ผู้คนล้างถ้วยที่ย่อยสลายได้ก่อนที่จะใส่ลงในถังรีไซเคิล
ความจำเป็นในการหาวิธีส่งเสริมให้ผู้บริโภคเลิกใช้ถ้วยกาแฟแบบใช้แล้วทิ้ง อาจจะเป็นไม่เรื่องเร่งด่วนไปกว่านี้ ในแต่ละปีมีถ้วยกาแฟแบบใช้แล้วทิ้งประมาณ 1 พันล้านใบถูกโยนทิ้งลงถังขยะ แต่เนื่องจากถ้วยมีเยื่อบุโพลีเอทิลีนที่ช่วยป้องกันการรั่วซึมทำให้ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้
มีรายงานการระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้การใช้ถ้วยแบบใช้แล้วทิ้งมีจำนวนเพิ่มขึ้น เนื่องจากร้านกาแฟหลายแห่งปฏิเสธถ้วยที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ 

อย่างไรก็ตาม ในสถานที่ที่อนุญาตให้ใช้แก้วแบบใช้ซ้ำได้ ผู้ดื่มกาแฟ เจ้าของร้านกาแฟ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถใช้ข้อมูลเชิงลึกจากวิทยาศาสตร์เชิงพฤติกรรมเพื่อลดการใช้แก้วแบบใช้แล้วทิ้ง
ทำไมผู้บริโภคถึงนิยมเปลี่ยนไปใช้แก้วกาแฟแบบ Re-Used
นักดื่มกาแฟ กับแก้วที่ใช้ซ้ำได้ เป็นการทำให้มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองและเลือกรูปแบบแก้วตามที่ชอบได้
มีการสัมภาษณ์ผู้บริโภค เจ้าของร้านกาแฟ และสังเกตพฤติกรรมของลูกค้าในร้านกาแฟอย่าง

ซึ่งเป็นการค้นพบครั้งหนึ่งชัดเจนมาก ผู้คนเลียนแบบซึ่งกันและกัน ลูกค้าที่สัมภาษณ์บอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าการดูเพื่อนร่วมงานนำถ้วยกาแฟที่ใช้ซ้ำได้มาทำให้พวกเขาเปลี่ยนนิสัย ดังที่นักดื่มกาแฟคนหนึ่งบอกเราว่า ได้ฉันเริ่มใช้ถ้วยกาแฟที่ใช้ซ้ำเพราะหนึ่งในเพื่อนพนักงานก็ได้ใช้ถ้วยกาแฟที่ใช้ซ้ำได้และเป็นสิ่งที่ดีในเรื่องส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม

เมื่อผู้บริโภคเริ่มใช้ถ้วยกาแฟที่นำกลับมาใช้ใหม่มากขึ้น แนวทางปฏิบัตินี้ก็เป็นที่ยอมรับของสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ
ผู้ให้สัมภาษณ์รายหนึ่งบอกเราว่าในตอนแรกรู้สึกว่าการใช้ถ้วยที่ใช้ซ้ำได้ เป็นต้นเหตุในเรื่องความไม่สะอาดในการล้าง แต่เมื่อผู้บริโภคจำนวนมากๆขึ้นทำเช่นนั้น ทำให้รู้ว่าควรจะทำความสะอาดอย่างไรและรู้สึกมั่นใจมากขึ้น
นักดื่มกาแฟ: หากคุณต้องการสร้างความแตกต่าง หนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดและดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้คือนำถ้วยกาแฟแบบใช้ซ้ำได้ไปที่ร้านกาแฟ คุณอาจไม่ทราบแต่เอฟเฟกต์ในการส่งสัญญาณไปที่เพื่อนร่วมงานของคุณจะค่อยๆ สังเกตเห็นทีละนิดและเริ่มนำถ้วยที่นำกลับมาใช้ใหม่มาเองตามคุณ

ในมุมเจ้าของร้านกาแฟ ส่วนลดสำหรับการใช้แก้วแบบใช้ซ้ำไม่ได้ผล เจ้าของร้านกาแฟจำนวนมากเสนอส่วนลดตั้งแต่ 5 ถึง 1-0 บาท ให้กับลูกค้าที่นำแก้วแบบใช้ซ้ำมาเอง แต่ผลการวิจัยได้เปิดเผยข้อมูลว่าส่วนลดเหล่านี้ไม่ได้ผลในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค เจ้าของร้านกาแฟอธิบายว่า แม้จะให้ส่วนลดสำหรับแก้วแบบใช้ซ้ำได้ ลูกค้าไม่คิดว่าการประหยัดเงินจะเป็นการจูงใจลูกค้า

ลูกค้าประจำคือคนที่ชอบรสชาติกาฟจากที่ร้านจริงๆ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กังวลเกี่ยวกับส่วนลด เราทราบจากจิตวิทยาเชิงพฤติกรรมก่อนหน้านี้ว่าผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะเป็นสิ่งที่เรียกว่า “ไม่ชอบความสูญเสีย” มากกว่า “ผู้แสวงหากำไร” กล่าวอีกนัยหนึ่ง ผู้คนเกลียดการจ่ายเงินเพิ่มสำหรับถ้วยกาแฟแบบซื้อกลับบ้านมากกว่าที่พวกเขาชอบได้รับส่วนลดสำหรับการนำแก้วที่นำกลับมาใช้ใหม่มาใช้

ดังนั้น หากคุณเป็นเจ้าของร้านกาแฟ ให้เน้นที่การทำให้ผู้บริโภคจ่ายเงินเพิ่มสำหรับการเลือกถ้วยกาแฟแบบซื้อกลับบ้าน แทนที่จะเสนอส่วนลดสำหรับการใช้แก้วแบบใช้ซ้ำได้ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะจูงใจลูกค้ามากขึ้น

การกำจัดถ้วยที่ย่อยสลายได้อย่างเหมาะสมง่ายในทางทฤษฎีแล้วถ้วยที่ย่อยสลายได้สามารถนำมารีไซเคิลได้ แต่การกำจัดขยะก็จบลงด้วยการฝังกลบเนื่องจากขาดถังขยะที่เหมาะสมและโครงสร้างพื้นฐานของขยะสาธารณะ จึงลูกค้ามักรู้สึกไม่มั่นใจว่าจะกำจัดอย่างไรและที่ไหน 
ในกรณีของถ้วยที่ย่อยสลายได้ ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำให้มั่นใจว่าถ้วยจะถูกทิ้งลงในถังขยะแบบคัดแยกขยะที่ถูกต้อง เพื่อให้ถ้วยที่ย่อยสลายได้รีไซเคิลได้ต้องทิ้งในถังขยะสำหรับขยะอินทรีย์ หรืออีกวิธีหนึ่งคือล้างและใส่ในถังรีไซเคิล
อย่างไรก็ตามในปัจจุบันเมืองส่วนใหญ่ไม่มีถังขยะออร์แกนิกหรือสิ่งอำนวยความสะดวกเพียงพอที่จะให้ผู้คนล้างถ้วยที่ย่อยสลายได้ก่อนที่จะใส่ลงในถังขยะรีไซเคิล เมืองต่างๆสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดยการนำถังขยะอินทรีย์มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานของขยะข้างถนน เพื่อลดจำนวนถ้วยที่ย่อยสลายได้ซึ่งลงเอยด้วยการฝังกลบ
การเปลี่ยนนิสัยนั้นยาก แต่โดยรวมแล้ว เราสามารถฝึกให้เป็นเรื่องใหม่ได้
สามวิธีง่ายๆ ในการทำเช่นนี้คือ นำถ้วยที่นำกลับมาใช้ใหม่มาเอง คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับถ้วยกาแฟที่ใช้แล้วทิ้ง และทำให้ผู้คนรีไซเคิลถ้วยที่ย่อยสลายได้ง่ายดาย

แหล่งที่มา

Foodprint.Org

CBC.CA

TheConversation.com

Single Origin vs. Blend สำหรับ Espresso: แบบไหนดีกว่ากัน?

คุณคิดว่าคุณชอบดื่มกาแฟเอสเพรสโซ่แบบไหน? คุณเป็นเรียนรู้ เต็มใจที่จะเสี่ยงและกล้าลองกาแฟแบต่างๆ? 
วิธีที่คุณตอบคำถามนั้นอาจเป็นตัวกำหนดว่ากาแฟที่มาจากแหล่งเดียวหรือกาแฟผสมจะดีกว่าสำหรับคุณและความคาดหวังกับรสชาติกาแฟเอสเปรสโซที่บ้านของคุณป็นอย่างไร
กาแฟเอสเพรสโซ่เบลนด์: นุ่มนวล สมดุล
กาแฟเอสเพรสโซ่เบลนด์: นุ่มนวล สมดุล 
กาแฟที่ใช้ทำเอสเปรสโซตามธรรมเนียมแล้วจะผสมกาแฟสอง สามหรือสี่ชนิดเข้าด้วยกัน

ย้อนกลับไปในสมัยก่อน ก่อนขบวนการกาแฟแบบพิเศษ กาแฟส่วนใหญ่จะคั่วแบบเข้ม ไม่ว่ากาแฟนั้นจะมีคุณภาพสูงมากหรือไม่ก็ตาม เป้าหมายคือการกำจัดรสชาติและกรดที่ผิดเพี้ยนออกไปเพื่อผลิตกาแฟที่กลมกล่อม สมดุล และได้มาตราฐานทุกล๊อตการผลิต
การผสมกาแฟหลาย ๆ ชนิดทำให้ผู้คั่วกาแฟสามารถสร้างความคงเส้นคงวามากขึ้นกับกาแฟเอสเปรสโซ เพราะถึงแม้กาแฟหนึ่งแหล่งปลูกที่ทำให้กาแฟจะมีรสชาติที่แปลกจริงๆ แต่ก็แทบจะสังเกตไม่เห็นได้ตราบใดที่อีกสองกาแฟนั้นค่อนข้างแปรรูปได้อย่างมีมาตราฐาน

ตามปกติเอสเปรสโซเบลนด์เน้นที่การหลีกเลี่ยงรสชาติที่ไม่ดีมากกว่าเน้นรสชาติที่อร่อย และตรงไปตรงมาแบบสมเหตุสมผล ขบวนการผลิตกาแฟชนิดพิเศษได้ยกระดับคุณภาพกาแฟอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และสิ่งที่พวกเขาดื่มเมื่อศตวรรษก่อนก็ไม่ได้อร่อยขนาดนั้นจริงๆ

อย่างไรก็ตาม การผสมผสานที่ทันสมัยทำงานแตกต่างกันเล็กน้อย

การคั่วแบบพิเศษในทุกวันนี้พยายามจับคู่กาแฟเพียงสองหรือสามชนิดที่มีรสชาติที่เข้ากัน ตัวอย่างเช่น กาแฟเม็กซิกันแบบเอิร์ธโทนและดอกไม้เคนยาสามารถจับคู่ได้อย่างลงตัว เนื่องจากรสชาติใช้พื้นที่ที่แตกต่างกันในสเปกตรัม รสชาติจึงไม่ชนกันเพื่อสร้างโปรไฟล์ "เป็นเอกลัษณ์" แต่กลับมีความชัดเจนและกลมกลืนกัน
ยังคงมีองค์ประกอบของของการจัดการความเสี่ยง ตอนนี้เราคั่วกาแฟให้
สามารถทำกาแฟเอสเปรสโซแบบเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและสม่ำเสมอมากขึ้นด้วยการผสมกาแฟจากแหล่งปลูกต่างๆ แต่จุดสนใจยังคงอยู่ที่รสชาติที่เป็นบวก (แทนที่จะหลีกเลี่ยงรสชาติที่ไม่ดี)
โปรไฟล์รสชาติที่ซับซ้อน — การผสมผสานที่สร้างสรรค์มาอย่างดีสามารถสร้างประสบการณ์ด้านรสชาติที่ซับซ้อน

Blend With Benefits

โปรไฟล์รสชาติที่ซับซ้อน — การผสมผสานที่สร้างสรรค์มาอย่างดีสามารถสร้างประสบการณ์ด้านรสชาติที่ซับซ้อนได้โดยการผสมรสชาติจากกาแฟที่แตกต่างกันสองหรือสามชนิด ทำให้เกิดรสชาติกาแฟน่าสนใจ กลมกล่อม และมักจะมีรสชาติที่ “เต็มเปี่ยม” มากกว่ากาแฟแบบ single origin
การดึงช็อตที่สม่ำเสมอ — กาแฟแต่ละชนิดที่ผสมกันจะทำให้รสชาติของกาแฟอื่นๆ ในการผสมผสานนั้นลงตัว ดังนั้นหากกาแฟหนึ่งมีข้อบกพร่องด้านรสชาติเล็กน้อย กาแฟอื่นๆ อาจปิดบังไว้ได้ ทำให้บางครั้งการปั่นง่ายขึ้นและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้ที่เริ่มในการดื่มกาแฟเอสเปรสโซ
กาแฟสม่ำเสมอในระยะยาว — ถ้าคุณชอบความสม่ำเสมอ คุณจะต้องชอบการผสมผสาน เนื่องจากถุงผสมมีกาแฟตั้งแต่สองชนิดขึ้นไป กาแฟเหล่านั้นจึงมักจะอยู่ได้นานขึ้นสำหรับการคั่ว ที่ได้มาตราฐาน ซึ่งทำให้อายุของกาแฟอยู่ได้นานหลายเดือนหรือตลอดทั้งปี ด้วยกาแฟแบบ single origin ผู้คั่วมักจะไม่เก็บกาแฟเหล่านั้นไว้นานกว่าสองถึงสามเดือน
ผู้คั่วกาแฟทุกคนมีมีส่วนผสมของเอสเพรสโซโดยเฉพาะ และร้านกาแฟส่วนใหญ่จะใช้การผสมผสานเป็นตัวเลือกเอสเพรสโซทั่วไป มีความสม่ำเสมอ เก็บได้นาน และโดยทั่วไปมีความกลมกล่อมหากคุณชอบความสม่ำเสมอและความมีเอกลัษญ์ของช็อตกาแฟที่สมดุล
Single Origin Espresso: เข้มข้น ท้าทาย แปลกใหม่
กาแฟ single origin แม้แต่ไร่เล็กๆ นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่สำหรับประเทศที่พัฒนาแล้ว ในขณะที่เกษตรกรในเอธิโอเปีย กัวเตมาลา และอินโดนีเซียดื่มกาแฟจาก single origin มาหลายศตวรรษแล้ว โดยทั่วไปแล้วเรามักจะติดอยู่กับกาแฟเบลนด์ในสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม ด้วยการเกิดขึ้นของขบวนการกาแฟชนิดพิเศษ เราได้เริ่มเพลิดเพลินกับกาแฟแบบ single origin อย่างช้าๆ มากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อการเคลื่อนไหวนี้เริ่มต้นขึ้นในปี1980 ผู้คั่วกาแฟเพิ่งเริ่มตื่นตัวขึ้นกับแนวคิดที่ว่ากาแฟทุกชนิดไม่ได้แตกต่างกันหรือต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่อาจแตกต่างออกไปอย่างมาก สิ่งนี้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผู้คั่วเริ่มคั่วแบบอ่อนจนไปถึงคั่วกลาง ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของกาแฟแต่ละชนิดที่เริ่มมีรสชาติที่เข้มขึ้นและชัดเจนขึ้น
ย้อนไปเกือบสี่สิบปีและกาแฟ single origin มีอยู่ทุกที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟและผู้ที่ชื่นชอบกาแฟ พวกเขาได้นำเสนอแนวรสชาติที่หลากหลายของกาแฟและสนุกกับการดื่มกาแฟจากแหล่งปลูกต่างๆ


กาแฟไม่ใช่แค่รสชาติเหมือนกาแฟอีกต่อไป กาแฟกัวเตมาลามีรสชาติความเปรี้ยวของแอปเปิ้ลเขียว กาแฟบุรุนดีความหวานละมุนของลูกพีช กาแฟบราซิลมีความมันของครีมและความเปรี้ยวของมะนาว และในฐานะกาแฟเอสเปรสโซ ความหลากหลายของรสชาตินี้สามารถเข้าถึงได้
The Challenges Of Being Single
ประสบการณ์รสชาติอันน่าทึ่งที่หาได้จากกาแฟ Single Origin นั้นไม่มีที่สิ้นสุด อย่างไรก็ตาม กาแฟที่มาจากแหล่งปลูกเดียวมีความท้าทายบางประการสำหรับผู้ผลิตเอสเปรสโซ
ฤดูกาล — ผู้คั่วเมล็ดกาแฟส่วนใหญ่ซื้อกาแฟชนิดเดียวให้เพียงพอและใช้งานได้ไม่กี่เดือน ซึ่งหมายความว่าหากคุณชอบในเมล็ดกาแฟนั้นอาจจะหมดสต็อกในไม่ช้า นอกจากนี้ยังหมายความว่าคุณต้องปรับตัวเข้ากับกาแฟล๊อตใหม่ที่อาจต้องใช้สูตรคั่วและชงที่แตกต่างกันเพื่อให้มีความโดดเด่น
ความไม่สม่ำเสมอ — สำหรับกาแฟ Single Origin หากกาแฟจำนวนมากถูกเก็บเกี่ยว แปรรูป หรือจัดส่งไม่สอดคล้องกัน คุณจะมีผลกระทบเพราะแต่ละช็อตจะแตกต่างกันเล็กน้อย
หากคุณหลงใหลในกาแฟจากแหล่งปลูกหลากหลายของรสชาติกาแฟมากพอที่จะทนต่อความไม่สม่ำเสมอและท้าทายอยู่บ้างเป็นครั้งคราว กาแฟ single origin อาจเหมาะกับคุณ 

ที่มาของข้อมูล :

JavaPresse.com

Baristabasic.com.au

AllPressespresso.com